counters

hisoparty

5 Exotic Cities in ‘Italy’

3 months ago

ใครๆ ก็รู้ว่าล้มแผละไปตรงไหนของอิตาลีก็เจอแต่เมืองสวยๆ และผู้ชายหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น เพราะรองเท้าบูทมีความไม่ธรรมดาอยู่รายรอบแผนที่ นั่นเป็นเหตุผลให้อิตาลีไม่เคยแห้งแล้งนักเดินทาง มาดูกันว่านอกจากเมืองที่เป็นฮอตสปอตอย่างโรม ฟลอเร็นซ์ เวนิส และมิลาน ยังมีมุมไหนในอิตาลีอีกบ้างที่น่าทำความรู้จัก

Portofino

ปอร์โตฟิโนแทบไม่เหลือคราบของหมู่บ้านชาวประมง วิลล่าโก้เก๋ และโรงแรมอันหรูไฮผุดขึ้นตามไหล่เขา ร้านรวงผุดขึ้นห้อมล้อมโบสถ์ประจำหมู่บ้าน

แบรนด์เนมแถวหน้าสารพัดยี่ห้อ แทรกตัวขึ้นกลางหมู่บ้านชาวประมง ความรื่นรมย์จะค่อยๆ แผ่ออกห่มคลุมกายใจ เมื่อได้ย่างเท้าไปตามตรอกซอก ซอยของตัวเมืองปอร์โตฟิโน อาคารบ้านเรือนสีสันละมุนตาวางตัวเรียงรายไปทุกอณู เมืองในแถบชายฝั่งอมัลฟีอย่างซอเรนโต้ โพสิตาโน หรืออมัลฟี อาจจะทำให้หัวใจของหลายคนอมยิ้มกับตรอกซอกซอยที่อุดมไปด้วยสีสัน ปอร์โตฟิโนก็เป็นแบบนั้น งามฉ่ำไม่มีที่ติ

โรงแรมสเปลนดิโด (Hotel Splendido) โรงแรมสุดหรูในปอร์โตฟิโน ที่มองเห็นเวิ้งอ่าวอันแสนโรแมนติก ที่พร้อมจะเนรมิตระเบียงให้คุณนอนอาบแสงละมุนอยู่ใต้ทะเลดาวในยามค่ำคืน แม้ราคาค่าเรือนพักจะวิ่งไกลไปแตะถึงคืนละ 700 ยูโร แต่คนรวยยังต้องจองกันข้ามปี

ใครๆ ก็อยากนอนเลื้อยที่นี่ จิบไวน์แกล้มวิว ซักครั้งในชีวิตลองไปใช้ชีวิตที่ปอร์โตฟิโนดูจะได้รู้ว่าเมืองนี้ทั้งชิคทั้งคูล

Porto Venere

ละแวกชายฝั่งลิกูเรียน ของอิตาลี นอกจาก หมู่บ้านมรดกโลกอย่างซิงกเว แตร์เร่ (Cinque Terre) แล้ว ยังมีอีกเมืองที่สวยแจ่มอย่างเมืองปอร์โต เวเนเร (Porto Venere)

อาจจะเป็นเมืองท่า และเมืองประมงที่แปลกไปซักหน่อย ปอร์โต เวเนเรไม่ได้ส่งกลิ่นคาวปลาอันโชยคลุ้งมาต้อนรับเหมือนกับเมืองประมงอื่นๆ ที่นี่มีแต่เสียงสนทนาของนักเดินทางลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ

เมืองมรดกอย่างปอร์โต เวเนเรเนื้อหอมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจที่มีนักท่องเที่ยวเดินกันเพ่นพ่านเต็มไปหมด และยิ่งขยับตัวเข้าใกล้ปอร์โต เวเนเรมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งชวนให้รู้สึกว่า สวยสมคำโฆษณาจริงๆ

มองเข้าไปจากเวิ้งอ่าว จะเห็นป้อมปราการยืนอกผายไหล่ผึ่งอยู่บนภูเขา ยังมีโบสถ์ที่เด่นตระหง่านอยู่บนภูเขา ภาพอาคารสีพาสเทลที่ไม่ได้ใหม่เอี่ยมเนี้ยบนิ้ง บางมุมผุกร่อนอวดสนิม คลาสสิกอย่างน่าประหลาด

โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St.Peter Church) ทอดตัวอยู่บนเนินเขา นี่คือโบสถ์โกธิกอายุกว่า 800 ปีที่สร้างขึ้นบนแหลมหินที่ยื่นออกไปในทะเล ชัยภูมิแบบนี้จึงมีไว้ชมวิวทิวทัศน์เสมอ

ไม่ไกลจากโบสถ์แห่งนี้ เป็นป้อมปราการอันเก่าแก่ที่เรียกว่าปราสาทโดเรีย (Doria Castle) ในอดีตใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ เอาไว้คอยดูพวกศัตรูที่คอยจ้องจะรุกราน ตัวปราสาทเป็นหินและถูกสร้างขึ้นริมผาสูงชัน

ยังมีเมืองเก่าที่น่าเดินเหลือเกิน ทั้งร้านรวงทั้งข้าวของ มีทั้งพาสต้า พิซซ่า ปลาอันโชวี่ดอง น้ำมันมะกอก พาร์ม่าแฮม มะเขือเทศลูกอวบๆ ไปยันเจลาโตที่น่าลิ้มลองไปซะทุกอย่าง ยิ่งใครกำลังมองหาร้านอาหารทะเลสดๆ เอาไว้ดินเนอร์ รับรองว่าเลือกกันตาลาย

นี่จึงเป็นอีกเมืองหนึ่งของอิตาลีที่ควรสัญจรไปทำความรู้จักอย่างยิ่ง

Palermo

ปาแลร์โมคือเมืองหลวงของเกาะซิซิลีที่น่าเที่ยวอย่างยิ่ง แม้จะเป็นเกาะที่แยกออกไปจากแผ่นดินใหญ่ แต่คุณสามารถเดินทางไปปาร์แลร์โมได้ทั้งทางเครื่องบินและรถไฟ

นี่คือเมืองที่มากมายไปด้วยประวัติศาสตร์ นั่นทำให้ไม่ว่าจะเดินซอกแซกไปมุมไหนของเมืองก็มักจะเจอกับสถานที่ที่เก่าแก่และน่าสนใจ จุดแรกที่ควรไปเยี่ยมชมคือมหาวิหารแห่งปาเลอร์โม (Palermo Cathedral) ที่สร้างตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15 เพื่ออุทิศแด่พระแม่มารี ใครได้เห็นมหาวิหารแห่งนี้คุณจะต้องตาโตเพราะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่มาก ไม่แพ้ดูโอโมในฟลอเร็นซ์และมิลานเลย

นอกจากมหาวิหารแล้วยังมีย่านเมืองเก่าที่เรียกว่าควอทโตร คานติ (Quattro Canti) และมุมที่ทุกคนไปลั่นชัตเตอร์กันไม่ยั้งคือบริเวณจัตุรัสเปโตรเรีย (Piazza Petroria) ที่มีอนุสาวรีย์รายล้อมด้วยน้ำพุและรูปปั้น

ปาแลร์โมยังมีตลาดเก่าแก่อายุหลายร้อยปีให้เดินชมกัน รวมถึงมีย่านริมทะเลที่เป็นเวิ้งอ่าวสวยงาม ลองไปเยี่ยมเยือนปาแลร์โมดู แล้วจะรู้ว่าเลอค่าน่าเที่ยวจริงๆ

Taormina

ตาออร์มินาคือเมืองที่ชาวเกาะซิซิลีบอกว่าเป็นเมืองสวยที่สุดบนเกาะ ชาวอิตาลีเองก็นิยมมาตากอากาศกันที่นี่ เรื่องวิวทิวทัศน์นั้นหายห่วง หากคุณได้เห็นภูเขาไฟเอ็ทน่าและท้องทะเลสีครามจากเมืองตาออร์มินา คุณจะรู้ว่าที่ชาวเกาะพูดไว้ไม่เกินจริงเลย ตาออร์มินางดงามกว่าเมืองไหนๆ ในเขตเมืองเก่าของตาออร์มินานั้นน่าเดินทอดน่องอย่างยิ่ง บ้านเรือนตามตรอกซอกซอยต่างๆ มีความน่ารักน่าชัง

ส่วนถนนคนเดินนั้น ใครชอบช้อปปิ้งคุณจะเพลิดเพลินอย่างยิ่ง เพราะถนนคนเดินยาวเหยียดแห่งนี้ มีร้านรวงให้ช้อปปิ้งตลอดทาง เหนื่อยนักก็แวะนั่งพักน่องตามจัตุรัส ชมวิหารประจำเมือง และอย่าลืมไปที่โรงละครโบราณที่จะทำให้คุณได้เห็นโบราณสถานชิ้นใหญ่ของเมืองและวิวทิวทัศน์ที่งดงามตระการตามาก

Procida

โพรชิดาเป็นเกาะที่มีบ้านสีพาสเทลซ้อนเกยกันบนระเบียงผาแบบนี้ มองผาดๆ แล้วน่าจะเป็นญาติผู้น้องของเกาะซานโตรินีที่พลัดพรากกันมา

นี่คือเกาะที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่ใช่น้อยเหมือนกัน และชะตากรรมก็แทบไม่ต่างจากเมืองอื่น เกาะอื่นในละแวกนี้ ที่ล้วนแต่เคยผ่านการปกครองจากพวกกรีก โรมัน หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาหลายมือ โดยเฉพาะในช่วงที่โรมันเข้ามาปกครอง เกาะแห่งนี้เป็นเหมือนที่พักตากอากาศของพวกขุนนางและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

โพรชิดาเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ผู้คนยังหากินกับท้องทะเล แต่เรือที่เห็นจอดกันแน่นอ่าวนั้น มีทั้งเรือประมง เรือโดยสาร ไปยันเรือยอร์ช ลองแวะที่โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลลา ปิเอตา (Chiesa di Santa Maria della Pietà) ที่เป็นมุมนั่งเล่นของชาวเมือง จากนั้นข้ามฝั่งไปหาหมู่บ้านชาวประมงคอร์ริเกล่า (Corricella Village) มุมที่มีวิวห้าดาวของเมืองรอคอยทุกคนอยู่

ทั้งหมดนี้คือมุมเล็กๆ ในอิตาลีที่ทั้งน่าค้นหาและน่าทำความรู้จักเหลือเกิน

STORY & PHOTO BY กาญจนา หงษ์ทอง

SHARE