counters
hisoparty

Passion is My Motivation : คุณชุติมา ดำสุวรรณ

2 months ago

กว่า 12 ปีที่ทำงานให้กับแบรนด์ที่มากด้วยเรื่องราว และเปี่ยมด้วยคุณภาพอย่าง Jim Thompson ทำให้ คุณอ้วน - ชุติมา ดำสุวรรณ มีความรัก ความผูกพัน และเป้าหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันแบรนด์ไปสู่ความเป็นแบรนด์ลักซูรี่ระดับโลก ที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สำเร็จดังที่ตั้งใจ

ปัจจุบัน คุณอ้วน ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของจิม ทอมป์สัน โดยจะดูแลในส่วนของ Communications ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านเฟอร์นิเจอร์ผ้าตกแต่งบ้าน พิพิธภัณฑ์ มูลนิธิจิม ทอมป์สัน รวมไปถึง จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม โดยงานทั้งหมดแม้ว่าจะแตกต่างกันในส่วนของรายละเอียด แต่เธอก็สามารถบริหารจัดการได้เพราะเธอมีทีมซัพพอร์ตที่ดี

“ย้อนไปเมื่อสิบสองปีที่แล้ว ในทีมมีเพียงอ้วน และน้องอีกคนหนึ่งเท่านั้น แต่จากวันนั้นมาทีมเราก็ค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ซึ่งโชคดีมากที่อ้วนเองก็ได้น้องร่วมทีมที่ดีทำให้การทำงานของเราดำเนินไปข้างหน้าได้อย่างไม่มีปัญหา

“หากจะพูดถึงแบรนด์จิม ทอมป์สัน ณ วันนี้ ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาพอสมควรนะคะ โดยเฉพาะปี 2560 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก เพราะบริษัทของเรามีเป้าหมายที่อยากจะให้แบรนด์จิม ทอมป์สัน เป็นแบรนด์ลักซูรี่ระดับโลกที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราอยากให้จิม ทอมป์สันไปปรากฏอยู่ในยุโรป ในอเมริกา หรือในเอเชียมากขึ้น และสำหรับในประเทศไทยแน่นอนว่าหลายคนรู้จัก จิม ทอมป์สันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราอยากจะทำให้มากขึ้น สำหรับตลาดบ้านเราคือ แทนที่คุณจะซื้อเป็นของฝากของขวัญแค่เพียงอย่างเดียว เราอยากให้คุณได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพของเราใช้เองด้วย โดยหลังจากที่เราได้ทำร้านที่พารากอนใหม่ เมื่อเดือนกันยายนยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ และที่น่าดีใจมากคือ มีลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สำหรับสาขาสยามพารากอน นี่ถือเป็นเป็นสัญญาณที่ดี ที่ว่าเดี๋ยวนี้คนไทยไม่ได้ซื้อสินค้าจิม ทอมป์สันเพื่อเป็นกิ๊ฟต์อย่างเดียว แต่เขาเริ่มที่จะซื้อเสื้อผ้าใช้เองด้วย ซึ่งเป้าหมายต่อไป คือการสร้างแฟลกชิพสโตร์ของจิม ทอมป์สัน แบบที่สยามพารากอน ในที่อื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นยุโรป เอเชีย อเมริกา หรือตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกค่ะ

“อีก Challenge หนึ่งของเราที่สำคัญคือ อ้วน อยากให้ จิม ทอมป์สัน เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของคนที่อยากใส่ผ้าไหม แบบ Ready to Wear คือคุณสามารถมาเลือกซื้อชุดผ้าไหมแล้วใส่ไปงานปาร์ตี้ได้เลย รวมถึงใส่ในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ อ้วนคิดว่าแบรนด์ของเรามีความพร้อมตรงนี้แล้ว และเมื่อสามารถถึงจุดนั้นได้ ตลาดเมืองไทยก็จะโตขึ้นได้เองโดยอัตโนมัติ เพราะจุดแข็งของแบรนด์เราคือความมีเอกลักษณ์ เรามีความสามารถที่จะทำให้แบรนด์เราสวยในแบบของเราจริงๆ สวยแบบที่ไม่เหมือนคนอื่น คือเรามีการผสามผสานในความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความเป็นธรรมชาติ มีความ Unique ใส่แล้วสวย และก็รู้ด้วยว่าคือ จิม ทอมป์สัน”

ความท้าทายในการทำงาน
“สำหรับ 12 ปีที่ผ่านมา รวมถึงปีข้างหน้าจะเป็นปีที่สนุกมากสำหรับแบรนด์ จิม ทอมป์สัน และสำหรับตัวอ้วนเองด้วย เวลาที่มีคนถามว่าทำไมทำงานที่นี่ตั้ง 12 ปี อ้วนว่ามุมมองของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ทุกคนอยากประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองฝันอยากจะทำ อ้วนเองก็มีฝันอยู่ที่ จิม ทอมป์สันเยอะ สำหรับอ้วนคิดว่าเวลา 12 ปีถือเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโปรเจ็คต์ที่เรากำลังทำเป็นโปรเจ็คต์ที่น่าสนใจมากสำหรับตัวเองแล้วก็สำหรับน้องๆ ในทีมด้วย คือทางบริษัทได้เชิญมืออาชีพเข้ามาบริหารงานได้เกือบ 2 ปีแล้วค่ะ ซึ่งผู้บริหารท่านนี้ ดร.เจอร์ราลด์ เมซซาโลโว เคยบริหารแบรนด์ Luxury มาก่อน แล้วก็เป็น CEO คนแรกของ จิม ทอมป์สันที่เราได้เชิญมืออาชีพข้างนอกมาบริหาร ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายในบริษัท ซึ่งนี่ถือเป็น Challenge ของอ้วนเช่นกัน เพราะอ้วนต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าเราสามารถทำงานกับมืออาชีพระดับโลกได้ และอ้วนคิดว่าประสบการณ์ที่เราได้รับจะเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปในวันข้างหน้าว่าเราเคยได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารมืออาชีพระดับโลกมาแล้ว ข้อที่สองคือจะเป็นโอกาสที่ดีมากเพราะเราจะต้องได้อะไรจากเขาเยอะพอสมควรจากการทำงานด้วยกันครั้งนี้ เพราะฉะนั้นอ้วนจะบอกน้องในทีมเสมอว่าเราจะต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน เราจะทำแบบเดิมไม่ได้ เพราะว่าบริษัทของเรากำลังปรับเปลี่ยน ฉะนั้นเราก็ต้องปรับตัว เพราะแน่นอนว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงไหนที่ไม่มีปัญหา แม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ก็มีปัญหา แต่เราจะต้องค่อยๆ ปรับไปทีละขั้นตอน ซึ่งอ้วนก็มองว่านี่เป็นโอกาสที่ดีของเรากับน้องๆ ในทีมที่ได้ทำงานกับมืออาชีพ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำตามที่เขาบอกทุกสิ่งทุกอย่าง อ้วนเชื่อว่าการที่เราทำงานอยู่ที่นี่ 12 ปี เราก็มีเรื่องเล่าให้เขาฟังเหมือนกันว่า คนไทยเป็นอย่างไร สื่อไทยเป็นอย่างไร เขาก็ต้องเรียนรู้จากเรา เราก็ต้องเรียนรู้จากเขาก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน อันนี้ในแง่การทำงานของอ้วนเองนะคะ แต่ในแง่ของแบรนด์อ้วนว่าเป็น Challenge ใหญ่ ที่เราก็ต้องดูต่อไปในอนาคตแต่ตอนนี้ก็ถือว่ามีสัญญาณที่ดีค่ะ”

Passion ในการทำงาน
“อ้วนว่า Passion สำคัญมากในการทำงาน ย้อนไปตอนที่อ้วนมาทำงานที่จิม ทอมป์สันวันแรก คุณอิริค บู้ท เป็นคนรับอ้วนเข้าทำงาน คุณอิริคบอกว่า ถ้าอยากทำงานที่จิม ทอมป์สัน ให้มีความสุข คุณต้องเป็นคนที่มี Passion นะ เพราะว่านายห้าง หมายถึง มร.จิม ทอมป์สัน เขามี Passion ในชีวิตมากเลย ซึ่งอ้วนว่าเป็นเรื่องจริง คือเวลาทำงานต่อให้มันหนัก มันเหนื่อยอย่างไร หรือมีปัญหามากมายแค่ไหน ถ้ารักเสียอย่าง เราก็จะสู้ต่อไปได้ แต่ถ้าไม่เหลือ Passion เราก็จะไม่มีแรงผลักดัน อ้วนว่าคนที่ได้ทำงานกับสิ่งที่ตัวเองรักเป็นคนที่มีความสุขที่สุด”

ความสุข ณ วันนี้
“ถ้าในเรื่องความสุขของการทำงานคือ การได้เห็นสิ่งที่เราพากเพียรพยายามมาประสบความสำเร็จ เช่นการได้เห็นร้านจิม ทอมป์สันที่พารากอนออกมาสวยงาม ทำให้เรารู้สึกปลื้มปริ่มมากค่ะ เหมือนเราได้เห็นสิ่งที่เราลงทุนลงแรงไปผลิดอกออกผล คนทำงานก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ ส่วนในชีวิตอ้วนคิดว่าถ้าเราได้มีความสามารถในการดูแลคนที่เรารักรอบข้างเราให้ดี เราจะรู้สึกดี และมีความสุข บางครั้งแค่การได้พาแม่ไปเที่ยวในที่ที่แม่อยากไป เราก็มีความสุขแล้ว เพราะการที่เราได้ดูแลคนที่เรารักในความสามารถที่เราพอจะทำได้ ก็เป็นชีวิตที่ดีแล้วค่ะสำหรับตัวเอง”

Photo By : PRAYUTH
Author By : Arunlak

SHARE