counters

hisoparty

Exploring... Rajastan

3 months ago

จนสุด รวยสุด อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม สลัม และวังของมหาราชาก็อยู่ไม่ใกลกัน ยาก ดี มี จน ชีวิตชาวสลัมที่กินอยู่อย่างยาจก ไปจนถึงมหาราชาผู้ใช้ชีวิตเกลือกกลั้วกับความหรูหราในพระราชวังแสนวิจิตรที่ห้อมล้อมไว้ด้วยป้อมปราการอันโอ่อ่า อินเดียเปลือยให้เห็นทุกด้านของชีวิต ที่นี่ จึงไม่ต่างจากห้องแสดงนิทรรศการชั้นดีที่แสดงวิถีชีวิตของผู้คนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ด้วยภูมิประเทศของอินเดียนั้นกว้างใหญ่ ทำให้แต่ละแคว้นมีหน้าตาที่แตกต่างกันไป แคว้นหนึ่งที่ถูกยกย่องว่าเป็นดาวเด่นของแดนภารตะคือแคว้นราชสถาน ที่นี่ไม่ได้โดดเด่นเรื่องของความหลากหลายของผู้คนเท่านั้น แต่เรื่องของเสื้อผ้าอาภรณ์ วัฒนธรรมการแต่งกายก็แตกต่างกันด้วย

มาดูกันว่า มีมุมไหนของแคว้นราชสถานบ้างที่น่าเที่ยว

มัณดาวา
เมืองเล็กแสนสงบ

เริ่มต้นท่องดินแดนมหาราชากันที่เมืองมัณดาวาที่อยู่ห่างจากเดลลีราว 265 กิโลเมตร มัณดาวาเป็นเมืองเล็กๆ ที่สิงสถิตอยู่ใจกลางแคว้นราชสถาน ท่ามกลางความสงบงามของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ซ่อนของดีน่าดูเอาไว้เกลื่อนกลาด แค่เดินลัดเลาะไปตามบ้านช่องห้องหับของผู้คน ก็จะเห็นพวกเขานุ่งห่มด้วยอาภรณ์ผ้าส่าหรีสไตล์อินเดียที่ไม่มากชิ้น แต่ยังอุดมไปด้วยสีสัน

และนอกจากดูพวกโบราณวัตถุของอดีตมหาราชาได้ที่พิพิธภัณฑ์ในพระราชวังมัณดาวาแล้ว ที่บ้านพักของพวกเศรษฐี ขุนนาง และบรรดาพ่อค้าวานิชในสมัยศตวรรษที่ 17 ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีน้ำเฟรสโกที่แสดงเรื่องราวทางศาสนาและการเสียดสีสังคมทิ้งไว้ให้ดูด้วย

บิคาเนอร์..
หนึ่งในเส้นทางสายไหม

จากมัณดาวาลองขยับตัวไปหาเมืองบิคาเนอร์ หนึ่งในเส้นทางสายไหมที่พ่อค้าเคยสัญจรไปมา จึงเคยมีพวกโจรหลายก๊กหลายกลุ่มมาซ่องสุมอยู่แถวนี้


คนมาที่นี่ก็มักมุ่งหน้าไปดูป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนอร์ หรือ ป้อมจูนนาการ์ห อันเป็นที่ตั้งของวังมหาราชา ที่ยังอยู่ในสภาพดีสุดแห่งหนึ่งในราชสถาน

วังแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1588 ด้านในมีทั้งตำหนักจันทรา (Chandra Mahal) ตำหนักวายุ (Hawa Mahal) และประตูสุริยา (Sun gate) ที่นอกจากซ่อนความสวยเอาไว้ทุกหย่อมหญ้ายังกักขังประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย แต่แน่นอนว่า จะได้เห็นสีสันของผ้าและอาภรณ์ในอดีตของชาวบิคาเนอร์ที่สวยสดงดงามไม่แพ้เมืองอื่นในอินเดีย

จัยแซลเมียร์...
สุดขอบแคว้นราชสถาน

 300 กิโลเมตรจากเมืองบิคาเนอร์ หากลุยต่อไปชนสุดขอบของแคว้นราชสถานก็จะพบกับเมืองจัยแซลเมียร์ อาจต้องใช้เวลานั่งรถหลายชั่วโมง แต่จัยแซลเมียร์ก็บรรณาการทุกคนด้วยวิวสวยระยับ ยิ่งยามที่นั่งบนหลังอูฐทอดสายตามองดวงตะวันหล่นแนบลงใส่เม็ดทรายนับล้านอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว แดดสีหวานห่มลงบนทะเลทรายทั้งผืน โลกทั้งใบจึงถูกเนรมิตให้กลายเป็นสีทอง

บนที่ราบสูงกลางทะเลทรายธาร์ ‘นครสีทอง’ แห่งนี้มีกำแพงสูงใหญ่ทอดตัวอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าสำคัญระหว่างอินเดียกับตะวันออกกลาง พ่อค้าวาณิชย์ในย่านนี้จึงร่ำรวยกันอย่างมหาศาล กลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสน์ที่ใหญ่โตมโหฬารอยู่แถวนี้ หนึ่งในนั้นเป็นมหาราชา วาลกาดซีที่เนรมิตวังและศาลากลางน้ำ สร้างไว้ที่ทะเลสาบกาดซิซาร์เอาไว้มาพักผ่อนหย่อนจิต

 แต่สถานที่ที่ต้องรับแขกเหรื่อไม่เว้นแต่ละวัน คงเป็นป้อมจัยแซลเมียร์ ที่อยู่บนเขาทิตรีกูฏ เป็นสถานที่มีปราสาททรายตั้งตระหง่านกลางทะเลทราย ภายในมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักมานานนับร้อยปี

หากได้ไปเดินทอดน่องท่องตลาดในเมืองเก่า ก็จะพบว่าตลาดที่นี่เต็มไปด้วยร้านรวงที่ขายผ้าอย่างละลานตา เพราะจัยแซลเมียร์ได้ชื่อว่าโดดเด่นเรื่องผ้าอยู่ไม่ใช่น้อย

จอดปูร์
เมืองสีฟ้า

ในแคว้นราชสถานยังมีเมืองจอดปูร์ หรือบางคนออกเสียงว่าโยธะปุระเมืองสีฟ้าที่แสนโรแมนติก และมากมายไปด้วยประวัติศาสตร์ ว่ากันว่า เป็นเมืองเก่าแก่ของพวกราชบุตร เป็นต้นกำเนิดของอีกหลายราชวงศ์ และเมืองแห่งนักรบผู้แกร่งกล้า

ทั่วทั้งจอดปูร์ไม่มีที่ไหนน่าดูเท่าป้อมเมห์รานการห์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังมหาราชาแห่งจ๊อดปูร์ ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาสูงจากพื้น 125 เมตร มีกำแพงล้อมรอบยาวกว่า 5 กิโลเมตร นับเป็นป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย ภายในพระราชวังอุดมไปด้วยลวดลายการแกะสลักที่วิจิตรอย่างน่าอัศจรรย์

มองจากบนป้อมเมห์รานการห์ จะเห็นหลังคาของนครสีฟ้าคลุมไปทั่วเมือง ใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเมือง แนะให้บุกไปที่ตลาดบาร์ซาร์โบราณ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนค้าขายของเหล่าขบวนคาราวานมาแต่อดีต ตั้งอยู่กลางใจเมืองจอดปูร์ ขลุกอยู่ในนี้แล้วคุณจะพบว่า กำลังถูกล้อมจับด้วยงานศิลปะ หัตถกรรม เครื่องเงิน กำไล ผ้ามัดย้อม และเครื่องหนัง

เมื่อดั้นด้นมาถึงจอดปูร์ผู้คนมักจะตะกายขึ้นไปบนเมาท์อาบู หรือเรียกกันว่า ภูเขาราชาเทวะ บนความสูงประมาณ 1,250 เมตร ว่ากันว่า มีความศักดิ์สิทธิ์และศรัทธารอทุกคนอยู่บนนั้น

รานัคปูร์...
สิ่งมหัศจรรย์ของอินเดีย

นอกจากจัยปูร์และจอดปูร์แล้ว แคว้นราชสถานยังมีเมืองรานัคปูร์ ซึ่งเมืองที่มีวิหารของศาสนาเชน ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์แห่งอินเดีย ที่สร้างโดยคหบดีดาร์นา ซาห์เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ทั้งห้องโถง โดม 80 โดม และเสาพันกว่าต้น เป็นพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า วัดแห่งนี้มหัศจรรย์สมคำโฆษณา

อุไดร์ปูร์..
เมืองโรแมนซ์

ทริปตามรอยดินแดนมหาราชาของทุกคนไม่อาจสมบูรณ์แบบได้ ถ้าไม่ได้จบลงที่เมืองอุไดร์ปูร์ เมืองริมทะเลสาบที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นราชสถาน

อุไดปูร์ถูกจับขึ้นทำเนียบเป็นเมืองที่สุดของความโรแมนติก แน่นอนว่าส่วนผสมสำคัญที่ดันให้ดัชนีความโรแมนติกของอุไดร์ปูร์โด่งดัง คือพระราชวังฤดูหนาว ยิ่งยามที่ได้ล่องเรือในทะเลสาบยามแดดร่มลมตก พลันที่แสงสุดท้ายกระทบวังที่ทำจากหินอ่อน จะเกิดเงาวังทาบทาในทะเลสาบสีทอง

จัยปูร์..
เมืองสีชมพู

บางคนบอกว่าจัยปูร์คือเมืองงดงามที่สุดของแคว้นราชสถาน เพราะนี่คือเมืองที่โรยไว้ด้วยสีชมพูทั่วทั้งเมือง ที่มาที่ไปก็เพราะเมื่อปีค.ศ.1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ ได้สั่งให้ชาวเมืองทาสีชมพูทับสีเก่าของบ้านเรือนตัวเอง เพื่อเป็นการต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ หลังจากนั้นจัยปูร์ก็กลายเป็นเมืองสีชมพูที่นักเดินทางมุ่งหน้ามาจากทั่วโลก

ลองออกเดินทางไปสำรวจแคว้นราชสถานดู เพราะอินเดียเวอร์ชั่นตามรอยดินแดนมหาราชาในแคว้นราชสถานจะทำให้คุณยิ่งอินเลิฟ อินเดีย

***จากกรุงเทพ สายการบินไทย มีเที่ยวบินไปเดลลีทุกวัน คลิกไปดูที่ www.thaiairways.com จากเดลลีจะบินไปลงเมืองจอดปูร์ หรือนั่งรถไปตั้งหลักที่จัยปูร์ก็ได้ แล้วค่อยเที่ยวไปทีละเมือง

Photo By : กาญจนา หงษ์ทอง
Author By : กาญจนา หงษ์ทอง

SHARE